ช่วงสงกรานต์ ขณะที่กำลังปั่นงาน... คราใดที่ลมพัด ฉันก็จะได้ยินเสียงมะม่วงสุกร่วงหล่นบนลานบ้านเสมอ เสียงดัง "ตุ๊บ...ตุ๊บ..." ชวนให้อยากเดินออกไปคว้ามาลิ้มรสอยู่บ่อยๆ แต่ก็ได้เพียงตอดเล็กตอดน้อย จากมะม่วงลูกจิ๋วที่หล่นมาแบบสวยๆ ยังไม่ถึงกะปริแตก เห็นมะม่วงมากๆเช่นนี้...ก็อดคิดถึงมะม่วงกวนไม่ได้

มะม่วงที่กวนจากบรรดามะม่วงลูกเล็กลูกน้อยของต้นมะม่วงสูงใหญ่ ซึ่งฉันเห็นมาตั้งแต่เล็กจนโต ปีไหนที่บ้านเราขยันให้ปุ๋ย เอาน้ำซาวข้าว น้ำหวานที่ถวายพระไปรด ก็จะให้ผลมากเกินกว่าจะทานหมด เราก็จะนำเนื้อหวานๆมากวน โดยไม่ใส่น้ำตาลเพิ่ม จากนั้นก็จะเอาเนื้อที่ได้มาตักใส่ถาด ค่อยๆใช้ช้อนคลี่ก้อนมะม่วงกวนให้เป็นแผ่นกลมๆบางๆ นำไปตากแดด พอเนื้อเริ่มหนืดและจับตัว ก็ค่อยม้วนเป็นชิ้นเล็กๆ หยิบทานได้ง่าย

มะม่วงกวนที่อากงชอบ...คือ ตอนที่เนื้อเริ่มอยู่ตัว เพิ่งตากแดดได้ไม่นาน เวลาทานจะได้รสสัมผัสหนุบๆ นิ่มๆ ได้กลิ่นหอมของมะม่วงสุกกับไอแดดฤดูร้อน 
ขณะที่ยายจะชอบมะม่วงตอนที่ผ่านแดดมาหลายวัน แห้งและค่อนข้างแข็ง เพราะเก็บได้นานกว่า

ในวันที่มรสุมการแก้งาน ปั่นงานเข้ามา...พอกลับมาบ้าน แล้วเห็นมะม่วงกวนที่เพิ่งตากแดดมาหมาดๆ วางเรียงกันอยู่บนใบตอง ใจมันพองโตไปหมด

ถึงจะดึกแล้ว...ก็ยังอยากไปขอบคุณคนทำที่น่ารัก และถึงจะดึกแล้ว...ก็ยังอดไม่ได้ที่จะหยิบมะม่วงกวนชิ้นน้อยมาชิม

กลิ่นมะม่วงสุก กลิ่นไอแดดหอมกรุ่น...ชวนให้หัวใจอุ่นตาม

 
ข้อควรพิจารณาก่อนพาเด็กไปชมละครเวที
 
พอดี...เราได้มีโอกาสไปดูละครเวทีเป็นบางครั้งบางคราวค่ะ บางครั้งก็จะเจอผู้ใหญ่พาเด็กๆมาดูด้วย ซึ่ง...มันก็มีข้อดีที่คุณหนูๆจะได้ซึบซับอรรถรสในการดูละคร ได้ข้อคิด ได้รู้ได้เห็นประสบการณ์แปลกใหม่ แต่...เราก็อยากให้ผู้ปกครองของเด็กๆ ช่วยคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ก่อนจะตัดสินใจพาน้องไปชมละครค่ะ

- เนื่องจากละครเวที เป็นการชมร่วมกับคนหมู่มาก การชมละครแบบนี้จะสนุกก็ต่อเมื่อการสื่อสารสมบูรณ์ทั้งสองทาง ทางหนึ่งคือผู้แสดง ทีมงานบนเวทีแสดงออกมาได้ดี ส่งอารมณ์ให้ผู้ชมสัมผัสได้ ขณะเดียวกัน ผู้ชมก็มีอาการตอบรับกับสารที่นักแสดงส่งมา เช่น หัวเราะ น้ำตาคลอ เศร้า อินไปกับเนื้อเรื่อง ซึ่ง...จะความรู้สึกเหล่านี้จะเบ่งบานอย่างเยี่ยมยอดเมื่อผู้ชมในโรงละครมีอารมณ์ร่วมกัน และผู้ชมเหล่านั้นมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการแสดง 

ความเงียบจึงเป็นเรื่องสำคัญ

และเด็กกับความเงียบ...ก็ออกจะสวนทางกัน เพราะมันก็คงผิดธรรมชาติของเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังอยู่ในวัยช่างซักช่างถาม 

ซึ่งก็เข้าใจได้นะคะ น้องยังเล็ก อาจจะดูแล้วไม่เข้าใจ เห็นคนอื่นหัวเราะก็เก็ทไม่ทัน หรือจับประเด็นสำคัญในเรื่องไม่ได้ เมื่อไม่อินก็ย่อมอยากรู้อยากถามประสาเด็ก

การกระทำของน้องก็คงไม่เป็นไรหากอยู่ในบ้าน ดูละครกับพ่อแม่ แต่พอมาอยู่ในโรงละครที่ส่วนใหญ่จะเงียบ มีเเต่เสียงของนักแสดง เสียงดนตรี เสียงของน้องจะเด่นและโดดขึ้นมารบกวนสมาธิของคนที่นั่งละแวกนั้น และบ่อยครั้งเสียงที่แทรกขึ้นมาก็ทำให้อารมณ์เราสะดุด หรือฟังประโยคเด็ดๆของตัวละครไม่ทัน

เลยอยากฝากผู้ปกครองซักนิดน่ะค่ะ ถ้าบ้านไหนมีน้องๆช่างซักช่างถาม ให้ลองทำข้อตกลงกับน้อง สอนให้น้องเก็บคำถามไปถามในช่วงพักเบรก หรือเมื่อละครจบแล้ว จะได้ไม่รบกวนผู้ชมข้างเคียง อย่าอธิบายประกอบตอนที่ละครกำลังเล่นเลยค่ะ หรือ...ถ้าน้องยังเล็ก และนิสัยของน้องคงจะปรามให้หยุดถามไม่ได้จริงๆ ก็อย่าเพิ่งพามาดูละครเวทีเลยนะคะ 

- อีกเหตุผลนึงก็คือ ละครเวทีส่วนใหญ่มักจะเลิกดึกค่ะ บางที...เราจะเจอน้องๆที่งอแงตั้งแต่กลางเรื่อง ว่าเขาง่วงแล้ว อยากกลับบ้านไปนอน ถ้าบ้านไหนน้องไม่ชินกับการนอนดึก ฝากพิจารณาก่อนพาน้องมาดูละครเวทีนะคะ บางทีน้องจะพาลทรมานเปล่าๆ ต้องอดนอน...ทีนี้ดูอะไรๆก็ไม่สนุกละ และอาจจะส่งเสียง หรือยุกยิกรบกวนผู้ชมคนอื่นๆค่ะ 

บางที...ก็พูดยากนะคะ บางคนก็หวังดี เห็นว่าละครดีก็อยากให้เด็กๆมาดู พอเด็กมาง่วงนอนแบบนี้ เสียดายค่าตั๋วก็เสียดาย ผู้ใหญ่ที่พามาก็พลอยเป็นกังวลไม่มีสมาธิไปด้วย จะบอกให้น้องนอนไปก่อน เด็กอยู่แปลกที่ บางทีก็ไม่กล้านอนนะคะ

ฝากผู้ปกครองที่จะพาลูกหลานมาดูละครเวที...รับความเห็นของเราไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจด้วยนะคะ
 
ความทรงจำสีจางๆ
พฤหัสบดีที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘
 
ใครบางคนเคยให้ดอกไม้ฉัน
มะลิน้อยสีขาวบานสดสวย
มะลิลาไปไหนเล่าเจ้าตาตรู
ใยเหลือเพียงใบราแห้งเหี่ยวเอย
 
 

ต้นมะลิซ้อนที่เคยสูงใหญ่เลยกำแพงบ้าน ให้คนภายในและนอกบ้านได้ร่วมกันชื่นชมยลดอกไม้สีขาวสะอาดตา ซึ่งงามตัดกับใบสีเขียวสดหายไปแล้ว

ไม่มีอีกแล้ว...กลิ่นหอมเย็นชื่นใจยามเดินผ่าน

ไม่มีอีกแล้ว...สัมผัสของใครคนหนึ่งที่เด็ดดอกไม้งามมาทัดหูยามเช้า

ไม่มี...กลิ่นชาดอกมะลิหอมนวล

ไม่มีอีกแล้ว...บรรยากาศร่มเย็น...ชวนให้สบายตาสบายใจ

เหลือแต่เพียงกิ่งก้านแห้งเหี่ยว...ที่รอวันขจัดทิ้ง

ราวกับภาพนวลตานวลใจในความทรงจำ เป็นเพียงภาพฝันที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

และแล้ว...ชีวิตก็ดำเนินต่อไป กิ่งก้านแห้งเหี่ยวถูกแทนที่ด้วยผืนหญ้า

ท่ามกลางความแห้งแล้งของผืนปูน...

บางคราที่มองออกไป...ฉันยังคงเห็นดอกมะลิซ้อนขาวเด่นอยู่ตรงขอบรั้วนั่น


ชวนอ่าน... Present Perfect เพราะวันนี้...ดีที่สุดแล้ว [book review]
 
ย่างเข้าวันพุธที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘
 
ช่วงนี้ละครที่สะดุดตา...ชวนให้อยากติดตาม เห็นจะเป็นละครเรื่องเล่ห์รตี จากที่ตามผลงานของเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา (ดาราสาวหน้าตาน่ารัก ซึ่งมีฝีมือการแสดงที่น่าจับตามองคนหนึ่ง) ฉันก็เริ่มจะหันมาสนใจ “คุณเสก” พระเอกของเรื่อง ที่ในเวอร์ชั่นนนี้มีลีลาแพรวพราว ดูเอ็นดูนางเอก...พูดง่ายๆชวนจิ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อนที่พระเอกดุมาก ทั้งๆที่ ฌอห์ณ จินดาโชติ ก็โลดแล่นในวงการมายาไทยมานานแล้ว และฉันก็พอจะคุ้นตากับผลงานของเขามาบ้าง แต่ครั้งนี้...ฉันคงชื่นชอบบทบาทที่เขาแสดงในเล่ห์รตีจริงๆ เลยตามไปดูบทสัมภาษณ์ของเขาต่อ จึงได้ทราบว่าเขาได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งรวบรวมแนวคิดที่เขามีต่อการใช้ชีวิต ประสบการณ์ คนรอบข้างที่หล่อหลอมให้เขาคิดและเป็นอย่างทุกวันนี้ ฉันเห็นใครต่อใคร...ไม่ว่าจะเป็นบรรดาพิธีกรกี่รายการ เพื่อนๆนักแสดงต่างก็ชื่นชมเขา และบอกว่าเขาเป็นคนที่ “หล่อ” มาก หล่อในที่นี้คงไม่ใช่แค่หน้าตา แต่ยังหมายรวมไปถึงแนวคิด จิตใจ และพฤติกรรมที่เขาแสดงออกมา ด้วยความสนใจใคร่รู้ว่าทำไมหนอ...โรงเรียนบางแห่งถึงได้เอางานเขียนของเขาไปเป็นหนังสืออ่านนอกเวลา พอสบโอกาสก็เลยแวะไปซื้อหนังสือฮอตฮิตที่ร้านนายอินทร์ในวันอาทิตย์ แล้วตั้งหน้าตั้งตาอ่านจนจบในวันจันทร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘ ซึ่ง...พออ่านจบ ฉันก็รู้สึกว่าเขา “หล่อ” จริงๆ ตามคำชมที่ได้รับฟังมา
 
Pic. Credit: http://issuu.com/abook/docs/presentperfectpreview
 
Present Perfect เพราะวันนี้...ดีที่สุดแล้ว เป็นชื่อหนังสือของเขา ที่บ่งบอกอะไรหลายๆอย่าง ความเชื่อทางพุทธศาสนา การให้ความสำคัญกับ “ปัจจุบัน” การมองโลกตามความเป็นจริง ความละเอียดอ่อนในการสังเกตความเป็นไปในชีวิตของตนเอง และยังสะท้อนถึงการทำงานที่ดีอีกด้วย จริงๆ...เพียงอ่านชื่อหนังสือก็พอจะรับรู้ได้ว่า ณอห์ณ เป็นคนที่ใช้ชีวิตได้คุ้มคนหนึ่ง เขาเป็นคนตั้งใจทำงาน ขณะเดียวกันเวลาเล่นก็ลุยเต็มที่ แต่ก็ไม่ยึดติดกับลาภ ยศที่ได้มาพร้อมกับการทำงานวงการบันเทิง ทั้งยังไม่ฟุ้งเฟ้อกับการท่องเที่ยวอีกด้วย เขาจึงเป็นหนุ่มวัยยี่สิบกว่าๆ ที่มีทัศนคติต่างจากหนุ่มสาวทั่วไปอยู่ไม่น้อย และความแตกต่าง...ก็ทำให้เขา “พิเศษ” มุมมองที่เขาหยิบยกมาถ่ายทอดจึงได้รับการชื่นชมจากผู้อ่าน แต่...ถ้าจะว่ากันตามจริง ฉันก็ไม่ถึงกับจะรู้สึกว่าเรื่องที่เขาหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังจะเป็นมุมมองที่แปลกใหม่แต่อย่างใด อาจเพราะคนวัยเดียวกันที่ฉันคุ้นเคย ต่างก็มีแนวคิดไม่ต่างไปจากฌอห์ณนัก เพียงแต่มีวิธีการถ่ายทอดออกมาต่างกันเท่านั้น
 
สิ่งหนึ่งที่ฉันประทับใจหนังสือของณอห์ณกลับไม่ใช่ดาราหนุ่ม แต่เป็นผู้ใหญ่ของเขา ที่มีวิธีการอบรมสั่งสอนที่แยบคายนัก เช่นว่า คุณพ่อของเขาจะพาไปงานสัปดาห์หนังสือ เมื่อใดก็ตามที่เขาเลือกหนังสือที่เขาอยากอ่านมา ๑ เล่ม คุณพ่อก็จะซื้อหนังสืออีก ๑ เล่มที่อยากให้เขาอ่าน โดยมีกติกาว่า เขาจะต้องอ่านหนังสือเล่มที่คุณพ่อเลือกให้จบก่อน แล้วมาพูดเกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้นให้คุณพ่อฟัง จากนั้นจึงจะอ่านหนังสือที่เขาอยากอ่านได้ กติกาเช่นนี้ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เขาได้อ่านหนังสือหลากหลายประเภท ได้รับรู้ข้อมูลที่กว้างขวางกว่าเรื่องที่เขาสนใจ ซึ่ง...จะว่าไปแล้วก็เป็นวิธีการที่ดีทีเดียว เพราะหลายครั้ง...การอ่านแต่หนังสือประเภทเดิมๆ ทำ