น่าเศร้าจัง... ทั้งๆที่มนุษย์สร้างสิ่งต่างมากมายขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิตของเราแท้ๆ
 
พวกเขาสร้างรถ เรือ เครื่องบิน ให้เราเดินทางสะดวกขึ้น
 
เขาเหล่านั้นสร้าง กระดาษ โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ให้เราได้ติดต่อหากันอย่างรวดเร็ว
 
พวกเขาเชื่อมโลกทั้งโลกไว้ด้วยกัน ทำให้โลกเล็กลง
 
แต่...พวกเขาคงลืมอะไรไปอย่าง
 
ว่ากันว่า...เรามักจะเห็นความสำคัญของสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวน้อยที่สุด เพราะขณะที่เรากำลังค้นหาเส้นทางแห่งความสุข ตาของเราก็มองไปข้างหน้า บนฟ้า แต่ไม่เคยจะย้อนกลับมาดูสิ่งเล็กที่อยู่รอบๆตัวเรา จนจะมารู้ค่าก็เมื่อเสียมันไป
 
นักวิทยาศาสตร์ผู้เก่งกาจทั้งหลายคงลืมไปว่า หนทางที่สร้างความสุขให้มนุษย์ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของที่ทันสมัย สร้างความสะดวกสบายเสมอไป บางที...ความสุขของคน อาจเป็นเพียงแค่การได้นั่งคุยกับใครซักคนที่รู้ใจเรา ได้ใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญของเราก็เป็นได้
 
ไม่จำเป็นต้องมีรถ มีอินเตอร์เน็ต มีBB เราก็คุยกัน มองหน้ากัน และหัวเราะไปด้วยกันได้
 
 
มีเรื่องน่าขำอยู่เรื่องหนึ่ง...
วันหนึ่งตอนบ่ายๆ ฉันเห็นพ่อลูกสองคนเดินเข้ามานั่งในร้านอาหารด้วยกัน พวกเขาสั่งอาหาร และเดินมานั่งรอที่โต๊ะ พวกเขาดูเป็นคุณพ่อ-ลูกสาวที่มีความสุขดี จนกระทั่ง...
ทันทีที่ลูกสาววัยรุ่นของเขานั่งลงบนเก้าอี้ เธอก็หยิบบีบีของเธอออกมา
ตลอดมื้อนั้น... พวกเขาไม่ได้พูดคุยกันเลย
และรอยยิ้มของคุณพ่อคนนั้นก็จางหายไป
ฉันเห็นเขาทานแบบหงอยๆ ไม่ต่างอะไรกับการทานข้าวคนเดียว
ทั้งๆที่เขามากับลูกสาวของเขาเอง พวกเขากลับไม่มีโอกาสเเม้แต่จะคุยกัน
 
สำหรับฉัน...มันเป็นตลกร้าย
 
ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันเพียงเอื้อม เรากลับไม่คุยกับคนที่อยู่กับเรา แต่กลับไปคุยกับคนอื่นๆที่อยู่ห่างไกลกัน และเมื่อคนที่อยู่ห่างเหล่านั้นอยู่กับเรา เราก็เลือกที่จะใช้เทคโนโลยีมานั่งพิมพ์ข้อความคุยกับคนอื่นๆอีก
 
 
และทั้งๆที่ฉันได้กลับมาบ้าน ได้อยู่กับคนที่ฉันคิดถึง สิ่งที่ฉันพบหลังจากอยู่ในช่วง'ว่างเกินไป'ก็คือ
ฉันแทบจะไม่ได้คุยกับคนที่บ้านเลย
เช้า... ฉันเห็นคนสำคัญของฉันหลับ อีกคนออกไปทำงาน อีกคนก็หมกมุ่นอยู่กับงานในหน้าจอเหลี่ยมๆที่เราเรียกกันว่า'คอมพิวเตอร์'
กลางวัน... คนสำคัญของฉันเพิ่งตื่น แล้วเธอคนนั้นก็ไม่ว่างพอที่จะคุยกับฉันเพราะเธอต้องโทรศัพท์หาเพื่อนในกลุ่มของเธอ
เย็น... เราทานข้าวเย็นด้วยกัน และนี่จะเป็นเวลาเดียวที่ฉันได้พูดคุยกับพวกเขา
ค่ำ... คนสำคัญทุกคนของฉันอยู่บ้านพร้อมหน้า แต่ไม่มีใครออกห่างจากเจ้าจอสี่เหลี่ยมนั่นเลย
และ...ใช่ ฉันกำลัง'เหงา'เหมือนคุณพ่อของเด็กคนนั้น
 

edit @ 18 Oct 2010 23:36:14 by mzither(look chin pla)

Comment

Comment:

Tweet

@sweetdelight ดีใจจังเลยค่ะที่มีคนเห็นด้วย เราเขียนบล๊อกนี้เมื่อสองปีก่อน ไปๆมาๆ เดี๋ยวนี้อาการติดหน้าจอสี่เหลี่ยมชักจะหนักกว่าเดิม แต่ก็ว่าไม่ได้นะคะ บางครั้งเทคโนโลยีก็เป็นสิ่งจำเป็นจริงๆ คิดว่า...เดินสายกลางแต่พอดี อย่างที่คุณพูดมา คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด big smile

#5 By mzither(look chin pla) on 2012-10-02 18:02

Hot! จริงค่ะ เราหวังว่าเราจะสร้างมันขึ้นมาใช้งาน
แต่สุดท้ายเรากลับเป็นทาสมัน..
หากลดเวลาจากหน้าจอสี่เหลี่ยมทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือลงบ้าง แล้วเราก็จะได้โลกของ "เรา" คืนมา big smile

#4 By - D - on 2012-09-29 21:24

เทคโนโลยีก็เหมือนสิ่งอื่นๆ

ต้องรู้จักความพอดี..

big smile

#3 By A Beautiful Lie on 2010-10-24 15:08

big smile open-mounthed smile confused smile

#2 By i'am-toontoon on 2010-10-18 23:44

ควรใช้แต่พอดีเหมือนที่โฆษณาดีแทคบอกเลย
เทคโนโลยีมีดีก็มีเสีย สู้สู้นะคะ

#1 By ขกมข on 2010-10-18 23:44